|
ความสุขทางกายใครก็ต้องการทุกคน
บำรุงปรนเปรอรักษาทุกๆ วิถีทางแต่ก็ไม่ได้รับความสุขเท่าที่ควร
คือไม่พอแก่ความต้องการสักที แก้ไขนี่แล้วยังเหลือโน่น
บำรุงนี่แล้วยังเหลือนั่น แก้ไขบำรุงสักเท่าไรๆ ก็ไม่พอ
ความต้องการในที่นี้มิใช่ใจหรือใจอยากได้โน่นได้นี่ไม่มีที่สิ้นสุด
ส่วนกายมันมีความรู้สึกอะไร คนตายแล้วมันรู้สึกหิวอาหารหรือไม่
เปล่าทั้งนั้น ฉะนั้นความอยากในที่นี้คือใจนั่นเอง คำว่าสุขกาย
จึงเป็น คำไม่จริง ความจริงคือ สุขใจ ดังคำเขาพูดว่า ทุกข์ใจ
กลุ้มใจ ร้อนใจ เสียใจ เจ็บใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น หรือคำว่า
สุขใจ ดีใจ ปลื้มใจ ชอบใจ ถูกใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ไม่เคยได้ยินใครพูดว่า
ทุกข์กาย สุขกาย สุขกาย ดีกาย เสียกาย ชอบกาย เพราะใจเป็นผู้รับรู้สุขทุกข์อย่างของกาย
กายเป็นเครื่องรับใจเป็นผู้รู้ต่างหาก ใจเป็นผู้รับรู้จึงไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอเป็นสักที
รู้แล้วก็หายไป เรื่องอื่นมาให้รู้อีก เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไปจึงไม่รู้จักพอเป็น
บางคนมีเงินเป็นร้อยๆล้าน ใช้จ่ายวันหนึ่งก็ไม่กี่สตางค์
เหลือจากนั้นก็เก็บไว้แต่ก็ยังไม่พออีกต่อไป
ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความพอ
คือ "พอ" มันก็ต้องหยุดทันทีอะไรทั้งหมดหยุดหมด
จะมีจะหยุดหมด คำว่า "พอ" ในที่นี้มิใช่ไม่หา
หาแต่เป็นผู้รู้จักพอเป็น หาไปทำไปตายแล้วเอาไปด้วยไม่ได้
เมื่อยังมีชีวิตเป็นอยู่ก็ต้องหาต้องรับประทาน ไม่หาก็ไม่มีรับประทาน
รับประทานพออยู่ได้ เมื่อไม่รับประทานก็ต้องตามชีวิตความเป็นอยู่มันบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น
แต่เมื่อตายแล้วก็ไม่เอาอะไรไปด้วย เพียงแต่เกิดมายุ่งเกี่ยวด้วยเรื่องต่างๆ
ให้ทำความชั่วนานาชนิดแล้วทิ้งไว้ให้จิตรับเคราะห์กรรมคนเดียว
ดังนั้นทุกคนจึงควรคิด
ที่สุดนี้
ขอความสุขความเจริญจงมีแก่ชาวพุทธทุกถัวนหน้า ขอศาสนาพุทธจงงอกงามเจริญจิรังถาวรอยู่ในสิงคโปร์ชั่วกาลอวสานเทอญ
|