๖.
การที่ดิฉันออกไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดโดยที่พ่อแม่ไม่ยินดี และไม่เห็นด้วยจะเป็นบาปกับดิฉันไหมเจ้าค่ะ
ดิฉันยังไม่ได้แต่งงาน พ่อแม่ของดิฉันไม่ค่อยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
จะทำบุญกับโรงพยาบาลเท่านั้น
ลูกๆที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนานั้น
ส่วนบิดามารดาไม่เลื่อมใสเรื่องเหล่านี้มันเป็นมาแต่ดึกดำบรรพ์ คือเรื่องพระโมคคัลลาน์
มารดาขององค์ท่านไม่ได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเลย เคยเป็นมารดาของพระอรหันต์มาตั้ง
๗ ชาติแล้วก็ยังไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาส่วนพระโมคคัลลาน์ท่านก็หาวิธีปลอบโยนให้มารดาเลือมใสพระพุทธศาสนา
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผลเลย องค์ท่านก็หมดปัญญาครั้นมารดาสิ้นลมปราณแล้ว องค์ท่านก็เข้าฌาน
เหาะไปในที่ต่างๆ เพื่อจะไปเจอมารดา ทั่วพิภพก็ไม่เห็นจึงมากราบทูลพระบรมศาสดาว่า
"เกล้าไปหาพระมารดาด้วยฤทธิ์กำลังฌาน ไปหาที่ไหนก็ไม่เจอเลย" พระบรมศาสดาตอบว่า
"ถ้าเธอต้องการเห็นมารดาของเธอ เธอก็จงไปดูห้องถ่าย" เพราะห้องถ่ายแต่โบราณมันเป็นหลุมบ่อย
องค์ท่านบอกว่า "มารดาของเธอเป็นหนอนอยู่ในหลุมถ่ายนั้น" เมื่อองค์ท่านได้ฟังแล้วก็หมดปัญญา
ก็เลยใช้อุเบกขาตามบุญตามกรรม แต่เราปัจจุบันนี้ ถ้าเจออย่างนั้นจะปฏิบัติอย่างใด
ส่วนถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็ใจของใครของมัน ไม่เป็นของสำนักอะไรนัก
ส่วนเราจะไปมาหาสู่หมู่เพื่อนตลอด พระภิกษุสามเณรอันเป็นชาวพุทธ ถ้าหากว่าท่านห้าม
ความไม่เป็นธรรมก็อยู่กับท่าน
แต่เราอย่าไปโกรธให้ท่าน
หาอุบายเคารพ ขอกราบไหว้ให้ทรงอนุญาต ถ้าไม่ทรงอนุญาตแท้ๆ เราก็ไม่ฝืน แต่จิตใจของเราอุทิศยอมเป็นยอมตายต่อพระพุทธพระธรรม
พระสงฆ์อยู่ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และเราก็พยายามไม่ให้กระทบกระเทือนท่าน
พูดจาปราศัยด้วยความเคารพอ่อนน้อม บอกว่าจิตอารมณ์ของลูกเป็นอารมณ์อยู่กับพุทธ
ธรรม สงฆ์แกะไม่ได้คลายไม่ออก บิดามารดาผู้ทรงคุณล้นเกล้าจะดุด่าว่ากล่าวยังไงก็ขอกราบเท้าทูลถวายอย่าให้ลูกๆ
ได้เป็นบาปเป็นกรรมอันใดเทอญ เราต้องไปแถวนี้ เรียกว่าเอาใจดีฆ่าเสือ ได้ผลหรือไม่ได้ผล
เราก็พยายามอย่างนั้น สุดท้ายก็คงลงเอยกับเรา เพราะเราเคารพท่านอยู่ไม่ได้ทำแข็ง
กระด้าง ด้วยกาย วาจา ใจ และขอจงเชื่อว่าบาปไม่ชนะบุญแต่ไรๆ แล้ว |