 |
๓.
ครูบาอาจารย์บางท่านนำคณะศิษย์ออกเดินธุดงค์ไปตามท้องถิ่นธุรกันดาร เพื่อแสวงความสงบทางจิต
โดยมีพระภิกษุสามเณรและบางทีก็มีพ่อขาวติดตามไปด้วย ทำให้กระผมมีความคิดว่าฆราวาสถ้ามีสมาทานศีล
๘ ควรจะมีโอกาสออกเดินธุดงค์ติดตามพระอาจารย์ไปได้ดังเช่นพ่อขาวซึ่งก็สมาทานเพียงศีล
๘ เช่นกัน ดังนั้นกระผมจึงได้ชักชวนเพื่อนพ้องที่มีความเห็นตรงกันจัดตั้งชมรมธุดงค์กัมมัฏฐานธัมมะบูชาขึ้น
เมื่อต้นปี ๒๕๒๙ มีสมาชิกของชมรมเกือบ ๒๐๐ คน ได้เคยพาคณะออกธุดงค์แสวงบุญไปตามจังหวัดต่างๆ
ประมาณ ๗ ครั้งแล้ว ทุกๆ ครั้งได้นัดหมายครูบาอาจารย์ที่ท่านอยู่ใกล้บริเวณที่ออกธุดงค์นั้นไปเป็นองค์ควบคุมการปฏิบัติ
ทั้งแสดงธรรมะนำทางด้วย สถานที่ๆ ไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ๆ ครูบาอาจาีรย์ผู้ใหญ่ได้เคยไปพักปฏิบัติธรรมมาแล้ว
การเดินทางของพวกกระผมแต่ละครั้งไม่เกิน ๑๐ คน ใช้เวลาประมาณ ๘ วัน สมาชิกทุกคนสมาทานศีล
๘ นุ่งขาวห่มขาวทานอาหารมื๊อเดียว ได้มีโอกาสอยู่ในถ้ำ้บ้าง อยู่ในป่าบ้าง
กลางแจ้งบ้าง ตามแตาสถานที่จะพึงมี การเดินทางก็ย้ายไปเรื่อยๆ มีโอกาสใส่บาตรฟังธรรมเจริญภาวนาได้เต็มที่เป็นที่พึงพอใจของคณะที่ร่วมทางเพราะได้บุญกิริยาวัตถุ
๑๐ อย่างครบถ้วน รู้สึกิ่มใจปิติใจกับทุกคน แต่ในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ครับ
กระผมขอความเมตตาจากพระคุณเจ้าขอคำปรึกษาเพื่อความกระจ่างดังนี้ครับ
๑. มีสมาชิกของชมรมหลายท่านแจ้งให้กระผมทราบว่า
เมื่อก่อนเข้าพรรษาปี ๓๐ นี้ มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นผู้รู้ในเรื่องกิจกรรมของธุดงค์ดี
ได้กล่าวเตือนสติว่า... การออกเดินธุดงค์เป็นกิจของพระภิกษุ สามเณร ไม่ใช่กิจที่ฆราวาสจะพึงนำมาปฏิบัติ
๒. การออกธุดงค์ของพวกฆราวาสเป็นการเหนื่อยเปล่าๆ
หมดเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่คุ้งค่า เป็นการไปเพื่อความสนุกสนานโดยมีพระภิกษุสามเณรเป็นผู้นำทัศนาจร
๓. ธุดงควัตรซึ่งท่านผู้นั้นกล่าวว่าเป็นกิจกรรมเฉพาะพระภิกษุสามเณรนั้น
ท่านว่าเป็นสิ่งอันเป็นมงคลสูงยิ่ง เมื่อฆราวาสนำไปปฏิบัติย่อมทำให้เกิดความวิบัติเป็นอัปมงคลต่อชีวิตและครอบครัว
เรื่องธุดงควัตรนั้นสมควรแก่ฆราวาสหรือไม่
เมื่อพิจารณาแล้วก็เป็นเรื่องที่ตอบยากบ้างเพราะเหตุว่า การที่พระองค์ทรงบัญญัติธุดงควัตรก็เพื่อเน้นให้เป็นเรื่องขัดเกลากิเลส
ถ้าภิกษุสามเณรไม่ประสงค์จะปฏิบัติก็ไม่ปรับอาบัติอะไรเพราะตั้งไว้เป็นกลางๆ
จะปฏิบัติก็อนุโมทนา ส่วนพระวินัยนั้นในพุทธบัญญัติและอภิสมาจาร เมื่อพระองค์ทรงบัญญัติไว้แล้วจะไม่ปฏิบัติตามก็ไม่ได้
ต้องปรับโทษตามเหตุผลที่ล่วงละเมิดน้อยและมาก
เรื่องพิเศษ ความเห็นของอาตมามีดังต่อไปนี้
ถ้าหากว่าพวกท่านที่จับกลุ่มกัน จงรักภักดีกันเป็นสามัคคีธรรม เพื่อจะปฏิบัติธรรมในส่วนนี้เสมอกันหมดไม่มีแง่งอนปัญหาทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้นในพวกท่าน
ส่วนปัญหาอื่นภายนอกไม่เป็นปัญหา ถ้าวงศ์ของพวกท่านจงรักภักดีต่อมรรคผลนิพพานอย่างแท้จริง
ปัญหาก็จะไม่บานหน้า เรื่องสำคัญมีอยู่ข้อหนึ่งเพศที่ตรงกันข้ามไปด้วยนั้นเองเป็นปัญหามาก
เดี่ยวจะถูกกล่าวตู่อย่างนั้นอย่างนี้ ในระหว่างสามีและภรรยาหรือระหว่างคณาญาติของเขาอะไรสารพัด
และการเปลืองทรัพย์สินนั้น ถ้าหากผู้มีพอกินพอใช้ก็ไม่สำคัญ ถ้าหากผู้หาเช้ากินเย็นก็ชักจะเกิดปัญหา
มีปัญหาสอดเข้ามาว่าเรื่องจะทำตนให้เป็นสุปะฏิปันโนนั้นเพียงแค่ไหนเป็นเพศขาวหรือเหลืองหรือดำ
อาตมาเข้าใจว่าไม่เป็นปัญหาในเรื่องเพศ เพราะสุปะฏิปันโน เกี่ยวกับศีล ๕
บริบูรณ์เท่านั้นไม่ด่างพร้อยและเป็นนิจศีลด้วย และไม่เสียดายล่วงละเมิดด้วย
แม้อบายมุขทุกประเภทก็เช่นกัน แม้กามารมณ์จะมีอยู่ก็ยินดีแต่เพียงสามีภรรยาของตนเท่านั้น
แม้จะมีโกรธก็ไม่ถึงกับผูกเวรไม่สาปแช่งใครทั้งนั้น ทั้งเปล่งวาจาออกปากและนึกในใจก็ไม่มีเสียดายเลย
จะนุ่งขาวนุ่งดำสำหรับปกกายก็ไม่มีปัญหา
หนึ่ง การคบมิตรท่านก็ไม่คบมิตรที่ล่วงละเมิดอบายมุข
และก็ไม่ให้กระทบกระเทือนเขาด้วยและไม่สงสัยยินดีในศาสนาอื่นเลย ยอมเป็นยอมตายต่อพุทธ
ธรรม สงฆ์ ผูกขาดจองขาดไม่ถือว่าภูติผีปีศาจจะมาทำอะไรเราได้ ไม่ถือฤกษ์ดียามดี
ความดีหรือไม่ดีมันขึ้นอยู่กับเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤกษ์กับยาม เราคือใจ
ใจคือเรา ตามสมมติไม่ปฏิเสธสมมติตามส่วนนี้ ส่วนใจเป็นสักแต่ว่าใจ กายเป็นสักแต่ว่ากาย
เวทนาเป็นสักแต่ว่าเวทนา จิตเป็นสักแต่ว่าจิต ผู้รู้เป็นสักแต่ว่าผู้รู้
การปฏิบัติแบบนี้เขาผ่านสุปะฏิปันโนไปแล้ว เมื่อได้สุปะฏิปันโนอยู่ในอุ้งมือ
อุ้งมือคืออุ้งมือจิตอุ้งมือใจอุ้งมือสติอุ้งมือปัญญาสมดุลย์กัน อุชุ ญายะ
สามี ก็ค่อยเป็นไปเองอยู่ในตัวเพราะเดินร่วมหนทางกันแล้ว
อนึ่ง เรื่องการจับกลุ่มทำบุญแบบนั้นแบบนี้ในสมัยโลกปัจจุบันเป็นของดีอยู่แล้วเพราะไม่ได้จับกลุ่มกันไปทำทุจริต
เจตนาดีอยู่ แต่บางสิ่งบางอย่างมันจะบานหน้าในทางที่ปกครองไม่ไหว สิ่งนั้นก็ควรห้ามล้อ
ถ้าหากว่ามุ่งหวังมรรคผลนิพพานในปัจจุบันชาติ ในหมู่ของแต่ละหมู่ปัญหาทั้งหลายเรื่องนอกประเด็นอันหยาบก็แบ่งเบาไปในตัว
ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็ไปไม่รอด ถ้าหากว่าจิตใจสูงวางเฉยไปเสียทุกๆ ท่านที่มากระทบกระเทือนก็ย่อมชนะสิ่งเหล่านั้นไป
ที่พระบาลีบอกว่า นัตถิโลเก อนินทิโต คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก สิ่งไหนที่เขานินทาตามเป็นจริงเราก็ต้องแก้
สิ่งไหนที่ไม่เป็นจริงเราก้ไม่แก้ ก่อนที่จะรู้ว่าสิ่งที่จริงหรือไม่จริงจะเอาอะไรไปเป็นเครื่องวัด
ยกอุทธาหรณ์ ช่างไม้จะต้องเอาดิ่งเป็นเครื่องตัดสินและระดับน้ำเป็นต้น ส่วนเราก็ต้องเอาธรรมคำสั่งสอนเป็นเครื่องตัดสินอันมีในโครตในสูตรในธรรมะวิภาคเล่ม
๑ จงพากันตรจดูให้ชัด เราไม่อาศัยคำสอนของพระบรมศาสนา กำปั้นเท่ากำปั้นก็ไม่ลงกันได้โดยง่าย
เพราะพระบรมศาสดาเทศน์ไว้บริบูรณ์แล้ว และก็ให้เอาคำสอนของพระองค์แทนตัวของพระองค์ไว้ได้ทุกเมื่อ
จดหมายฉบับที่พวกท่านถามมานี้เป็นของตอบยากนัก แต่ก็รู้เจตนาของพวกท่านนั้นดีอยู่แล้ว
ส่วนที่เขาคัดค้านก็เอาคำสอนของพระพุทธศาสนาไปเทียบเคียงนั้นเอง จะอย่างไรก็ตาม
ขอให้พวกท่านตรวจดูเรื่องธุดงควัตรของพระพุทธศาสนาในธรรมะวิภาคเล่ม ๒ ดังกล่าวแล้วนั้น
ก็สิ้นความสงสัยไปเอง |