ปุจฉา วิสัชนา : หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

   ๒๑. พระผู้มีอภิญญาสูงเมื่อเป่าขมับจับหัวโดยแผ่บารมีเมตตาช่วยได้จริงเพราะท่านมีฤทธิ์เดช ถูกต้องเพียงใด

   สุขวิปัสสโกนั้นท่านแก้ปัญหาผู้อื่นด้วยปัญญาโต้งๆ ไม่ได้แสดงฤทธิ์เดชอันเป็นบุคลาธิษฐาน เรียกว่าตอบด้วยปัญญาโต้งๆและผ่านพ้นเครื่องรางของขลังไปแล้วไม่กลับคืนมาเสพอีก แต่ผู้ที่บริจาคทานกับท่าน รักษาศีลกับท่านภาวนากับท่านก็มีอานิสงส์เท่ากัน ให้เข้าใจว่าสุขวิปัสสโกทำประโยชน์ให้ท่านผู้อื่นด้วยพระปัญญาโต้งๆ ส่วนเดวิชโช ฉฬภิญโญ อภิสัมภิทัปปัตโตก็ทำประโยชน์ให้ได้เหมือนกัน หมายความว่า ผู้มีนิสัยประสงค์อย่างนั้นก็ไปลงเอยกับพระพวกนี้สนิททำให้พวกนี้เลื่อมใสพระพุทธศาสนาได้ การสงเคราะห์กันเพื่อนทำให้เสื่อมใสพระพุทธศาสนาได้ก็ถือว่าทำประโยชน์ให้กันไม่ได้ เพราะขาดความเคารพนับถือ การทำประโยชน์ให้ท่านผู้อื่นได้ทั้งนั้น ส่วนผู้มีวาสนาและนิสัยไม่ตรงกันก็ทำประโยชน์ให้กันไม่ได้ เพราะขาดความเคารพนับถือ การทำประโยชน์ให้ท่านผู้อื่นเราจะหมายในทางอามิสส่วนเดียวความหมายอันนั้นก็เห็นแก่วัตถุเกินไป เพราะวัตถุภายนอกนับไม่จีรังยั่งยืน เพราะเกิดขึ้นแล้วก็แปรดับไปผู้ถือธรรมแท้จะเป็นคนจนในทรัพย์ภายนอกก็ตามไม่สำคัญอะไรกับผู้ที่รวยเท่าแผ่นฟ้าแผ่นดินในอามิส เนื่องด้วยอานิสงส์มาแต่ชาติก่อน ถ้าไม่ทำบุญต่อในชาตินี้กุศลเหล่านั้นก็เป็นอันไม่แน่นอน มีภพมีชาติอยู่ในชาติหน้าก็ต้องอับจน

อนึ่ง ท่านผู้มีฤทธิ์เดชดับไฟนรกได้ เช่น พระโมคคัลนาน์หรือพระบรมศาสดาก็ดับได้เป็นครั้งคราวชั่วลัดนิ้วมือเดียวก็ว่าได้แต่เมื่อท่านออกหนีจากนรกแล้วนรกก็เกิดขึ้นตามเดิมเพราะนรกเกิดขึ้นตามกรรมของสัตว์ แต่ละรายๆแม้สวรรค์และพรหมโลกก็เช่นกันขอให้เข้าใจว่า เขตบุญของโลกนี้พระบรมศาสดาบัญญัติไว้ขาดตัวแล้ว คือพระโสดาปัตติมรรคและโสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรค นับเป็นคู่ได้สี่คู่ คือ
     ๑ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล เป็นคู่ที่ ๑
     ๒ สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล เป็นคู่ที่ ๒
     ๓ อนาคามิมรรค อนาคามิผล เป็นคู่ที่ ๓
     ๔ อรหัตตมรรค อรหัตตผล เป็นคู่ที่ ๔

     ตามคำบาลีว่า จัดตาริ อัฏฐปุริสปุคคลานิ นับเรียงองค์เป็น ๘

     ๑ โสดาปัตติมรรค       ๒ โสดาปัตติผล
     ๓ สกทาคามิมรรค      ๔ สกทาคามิผล
     ๕ อนาคามิมรรค        ๖ อนาคามิผล
     ๗ อรหัตตมรรค         ๘ อรหัตตผล

แต่ละพวกๆ ก็ดี นับเป็นจำนวนล้านๆ พระองค์และมากไปกว่านั้นอีกด้วย พระองค์ยืนยันว่า "อนุตตรัง ปุญญักเขตดังโลกัสสาดิ" อันนี้แหละเป็นเขตบุญของโลกเป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นบุคคลผู้ควรกราบไหว้ ครวเคารพ ควรบูชา ควรของทำบุญ ตามสติกำลังของผู้ให้ เป็นเขตบุญของโลกโดยเด็ดขาด อนุตตรัง ปุญญักเขตตัง โลกกัสสาติเมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว พระอริยบุคคลจำพวกใดๆ ก็ตามจะดำดินบินบนได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นปัญหา เป็นเขตบุญในทางโลกุตรทั้งนั้น เป็นเขตบุญในทางโลกีย์นับแต่ต่ำที่สุด เห็นน้ำจะแห้งออกจากปลาแล้วไปเทน้ำเพิ่มให้มันมีอายุอยู่ ๑ วินาทีก็ดี ถือว่าเป็นบุยทั้งนั้น แต่เป็นบุญโลกีย์ ถ้าผู้บุญหวังโบกุตรเช่นหวังพระอริยจำพวกใดจำพวกหนึ่งก็กลายเป็นบุญโลกุตรไปในเจตนาหรือจะเรียกว่าเจตนาโลกุตรก็ได้ เมื่อเป็นดังนี้ก็ไม่น่าจะลำเอียงว่าพระอริยบุคคลจำพวกใดๆ เพราะจำพวกใดๆ ก็ตามก็สามารถเป็นที่พึ่งของชาวโลกได้ทั้งนั้นเปรียบเหมือนน้ำที่สะอาดหรือาหารที่ไม่มีโทษ ใครท่านผู้ใดยอมรับประทานและยอมดื่มก็เป็นการอิ่มได้ทั้งนั้น หรือเปรียบเหมือนคนยอมกั้นร่วม ร่มก็กั้นท่านผู้นั้นและอีกประการหนึ่ง เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าท่านผู้ใดเป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็นพระอรหันต์ หรือพระอริยบุคคลดังกล่าวแล้วชั้นใดชั้นหนึ่ง เราจะไม่ยอมทำบุญด้วยก็เป็นความผิดของเราอีกเพราะอริยบุคคลทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้มีบัญชีติดไว้ว่าอยู่ระดับใด เรามัวไปเลือกอยู่ชีวิตของเราไม่รู้ว่าจะไปได้ขนาดไหน ข้อนี้แหละเป็นข้อสำคัญมาก เรามัวแต่เลือกอยู่เรามรณะไปก่อนเสียก็ได้ จึงเป็นของอธิบายยากนัก



( จำนวนคนอ่าน 306 คน )

 b a c k
 i n d e x
 n e x t