ปุจฉา วิสัชนา : หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

   ๑๒. การทำบุญนี้คนรวยที่ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงิน ๑ ล้านบาท กับคนจนๆ ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงินครั้งละ ๑๐ บาทนั้น บุญกุศล และอานิสงส์แห่งบุญที่จะได้รับนั้นเท่าเทียมกันหรือไม่

   การทำบุญทำน้อยทำมากก็ดีได้บุญเสมอกันหรือไม่ ข้อนี้ได้ตอบยาวเหยียดดังต่อไปนี้
ผู้ที่รวยเป็นล้านๆ แต่บริจาคทานเพื่อประชดแดกดันท่านผู้อื่นเพื่อโล่ห์อันนั้นเป็นเกียรติเป็นอำนาจเพื่ออวดคนอันนี้บุญก็ไม่ได้มาก ถ้าไม่มีเจตนาอย่างนั้นมีเจตนาทำเพื่อให้สมเกียรติของคน อันนี้ก็ได้บุญมากว่าบ้าง และการให้ทานอธิบายมาเรียกว่าทักชิณาวิสุทธิ ๔
   - ทักขิณาบางอย่างบริสุทธิ์ผ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ผ่ายทายก
   - ทักขิณาบางอย่างบริสุทธิ์ผ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก
   - ทักขิณาบางอย่างไม่บริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย
   - ทักขิณาบางอย่างไม่บริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย
ยกอุทาหรณ์อีก กล้าดีนาไม่ดีก็พอได้รับผลบ้าง กล้าไม่ดีนาดีก็ได้รับผลบ้างนาไม่ดีกล้าไม่ดีก็ไม่ได้รับผล (เลวมาก) นาก็ดีกล้าก็ดีนี้เป็นชั้นหนึ่งมีผลมาก

เรื่องติณบาลในครั้งพุทธกาลของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ชายคนหนึ่งเป็นคนยากไร้มาก ไม่มีวิชาจะทำอะไร มีผ้านุ่งผืนเดียวเอากาบไม้มาทำต่างเสื่อแล้วก็เอาใบไม้มาปูอีก เพื่อให้นอนได้ เศรษฐีให้นอนเผ้าสวนหญ้าคา เศรษฐีให้ข้าวกินวันละ ๑ ทะนานแล้วแกก็แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งไว้กิน ส่วนหนึ่งให้กระยาจก พวกขอทานส่วนหนึ่งใส่บาตรให้พระเณร เมื่อเศรษฐีได้ทราบก็ให้ขึ้นอีกเป็น ๒ ทะนาน แกก็แบ่งอย่างนั้นอีก แล้วเศรษฐีก็ให้ขึ้นอีกเป็น ๓ ทะนาน แกก็แบ่งอย่างนั้นอีก ครั้นอยู่มาเศรษฐีก็สร้างกฐินอะไรก็ครบหมดในกฐินก็ยังเหลือแต่ด้ายจะเย็บผ้า ชายคนจนนั้นได้ทราบเข้าก็นึกสังเวชตนเองว่า "ผ้านี้กว่าจะเป็นผืนก็ต้องเย็บเสียก่อน เออ ดีละทีนี้เรามีโอกาสจะได้ทำบุญจะไปขอเอากับเศรษฐีในส่วนด้ายนี้ จะรับรองหามาเอง ขอให้คนจนได้ทำบุญด้วย เพราะแต่ชาติก่อนๆชะรอยจะไม่ได้สร้างกุศลเลย จึงเกิดมาเป็นคนจนถึงเพียงนี้" ว่าแล้วก็เย็บใบไม้มานุ่งแทนผ้าผืนที่นุ่งอยู่ แล้วเอาไปซักให้สะอาดเสร็จแล้วก็พับเรียบร้อยเอาไปขายในตลาด คงเป็นชายหนุ่มเพราะหญิงสาวพูดล้อเล่นว่า "คุณพี่เอ๋ย ผ้าของคุณพี่นั้นทำไมถึงไม่นุ่งเล่า จะนุ่งใบตองทำไม ดูแล้วขึ้เหร่เหลือเกิน" ทีนี้แกก็ตอบเขาว่า "มันจะขี้เหร่แต่ชาตินี้ชาติหน้ามันจะสวยดอกคุณน้องเอ๋ย คุณพี่ไม่โกรธดอก" ว่าแล้วก็เอาไปขายได้เงินมา ๑ มาสก ถ้าเทียบในปัจจุบันของเราก็คงจะเพียงราคาบาทเดียวเท่านั้น แกก็ไปซื้อด้ายมาในกองกฐิน พอแกเอาไปถวายร่วมกองกฐินแล้วเศรษฐีก็ให้ผ้านุ่งอันสวยงาม แกก็บอกว่า "ธรรมดาบุญแล้วไม่เป็นหน้าที่จะซื้อขายจะให้เท่าใดก็ไม่เอา" นี้พูดแบบย่อเกินไป แล้วตอนสุดท้ายก็ได้เป็นเศรษฐีด้วยผลทานอันนั้น เพราะเศรษฐีแบ่งมรดกให้ด้วยอำนาจวาสนาผลบุญอันนั้นเอง นี้อย่างไรเล่าผู้เขียนเข้าใจว่า แกมีเจตนาดี เชื่อบุญและผลของบุญเห็นโทษในตนที่ไม่ได้ให้ทานในชาติก่อนๆ โดยหวนคิดด้วยเจตนาอันคาดคะเน ศรัทธาแก่กล้าก็เชื่อผลบุญผลบาปอย่างเต็มภูมิ เพราะไม่ได้บริจาคทานเพื่อจะแข่งดีกับใคร และก็ไม่ได้อวดอ้างว่าเป็นผู้ใจถึง และพระที่รับทานนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย ส่อแสดงให้เห็นว่ากล้าก็ดี นาก็ดี ก็ได้รับผลมาก ดังนี้ คำว่ากล้าหมายถึงเจตนาผู้บริจาคบริสุทธิ์



( จำนวนคนอ่าน 265 คน )

 b a c k
 i n d e x
 n e x t