|
หลวงพ่อเพ็ชร์
พระพุทธรูปคู่เมืองอุตรดิตถ์
เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
ปางเชียงแสนสิงห์ ๑ หน้าตักกว้างเกือบ ๒ ศอกเนื้อทองสุกปลั่งเป็นสีนาค
หลวงพ่อเพ็ชร์องค์นี้
หลวงพ่ออุปัชฌาย์ด้วง เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ เป็นผู้ค้นพบ
เมื่อครั้งที่ไปเป็นอุปัชฌาย์บวชพระที่วัดไผ่ล้อม ต.ไผ่ล้อม
ได้พบจมอยู่ในจอมปลวก จึงได้ช่วยกันนำมาไว้ที่วัดหมอนไม้
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๐ และท่านได้นำพระพุทธรูปองค์นั้นไปถวายให้แก่หลวงพ่อเพชรเจ้าอาวาสวัดวังเตาหม้อ
(วัดท่าถนน)
ครั้งนั้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสร้างวัดเบญจมบพิตรขึ้น
และทรงมีพระดำรัสให้จัดหาพระพุทธรูปหล่อขนาดใหญ่ เพื่อทรงนำมาประดิษฐานเป็นพระระเบียงในวัดเบญจมบพิตร
พระพุทธเจ้าหลวงจึงขอพระพุทธรูปสัมฤทธิ์หลวงพ่อเพ็ชร์ไปอยู่ในวัดเบญจมบพิตร
ทำให้หลวงพ่อเพ็ชร์เจ้าอาวาสวัดวังเตาหม้อผู้เป็นเจ้าของหลวงพ่อเพ็ชร์พระสัมฤทธิ์
ท่านเสียใจมาก ถึงกับปฏิญาณว่าจะไม่ขออยู่ที่วัดนี้อีก
แล้วท่านก็ได้ออกจากวัดไปอยู่ตามป่าเขา จนถึงแก่มรณะภาพอยู่บนเขานาตารอดแถวบริเวณบ้านด่านในที่สุด
ซึ่งพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ประดิษฐานในวัดเบญจมบพิตรประมาณ
10 ปี จึงได้ส่งกลับมาอยู่ที่วัดวังเตาหม้ออุตรดิษฐ์ตามเดิม
เนื่องจากสมเด็จพระพันปีหลวงได้ทรงมีพระนิมิตรฝันว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อเพ็ชร์
เข้าฝันบอกให้ส่งคืนไปไว้ที่เดิมในเมืองอุตรดิตถ์ เพราะพระองค์ทรงห่วงประชาชนพวกลูกๆ
ของท่านในเมืองอุตรดิตถ์ ประชาชนชาวอุตรดิษฐ์ จึงถวายพระนามหลวงพ่อสัมฤทธิ์องค์นั้นว่า
"หลวงพ่อเพ็ชร์"
แทนองค์เดิมผู้เป็นเจ้าของ
เมื่อครั้งที่เกิดไฟไหม้ตลาดอุตรดิตถ์ถึง
๓ ครั้ง แต่ไฟไม่อาจลุกลามเข้าไหม้วิหารที่ประดิษฐาน หลวงพ่อเพ็ชร์ได้
มีเพียงแค่มีรอยเกรียมดำที่ประตูหน้าต่างด้านที่ไฟไหม้เพียงล็กน้อย
ประชาชนจึงเลื่อมใสศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ
พระพุทธรูปหลวงพ่อเพ็ชร์องค์นี้
เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของจังหวัดอุตรดิษฐ์ ชาวอุตรดิษฐ์นับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
สามารถบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆได้ ซึ่งทางวัดเปิดให้เข้านมัสการ
ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า และปิดเวลา ๖ โมงเย็นเป็นประจำทุกวัน
|